โรคไข้กาฬหลังแอ่น

งานวิชาการ ฝ่ายการแพทย์ สถานพยาบาล ม.ก.
(ข้อมูลจาก www.siamhealth.net)

โรคไข้กาฬหลังแอ่น คืออะไร

โรคไข้กาฬหลังแอ่นคือโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria meningitidis ปกติเราพบเชื้อนี้ในคอโดยไม่เกิดโรค เป็นโรคที่พบไม่บ่อยแต่อันตรายถึงชีวิต การติดเชื้อมีได้ 2 ลักษณะคือ
• เยื่อหุ้มสมองอักเสบ meningitis
• โลหิตเป็นพิษ meningococcemia
นอกจากเยื่อหุ้มสมองแล้ว เชื้อนี้ยังสามารถทำให้เกิดโรคที่ ข้อ ปอดบวม

การติดต่อ
เชื้อนี้จะติดต่อทางน้ำลายหรือเสมหะโดยการสูบบุหรี่ร่วมกัน ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน จูบปากกัน หรือผายปอดช่วยชีวิต

อาการของโรคไข้กาฬหลังแอ่น
ผื่นเป็นจุดแดง เหมือนไข้เลือดออก มักจะพบตามแขน ขา ทดสอบเอาแก้วกดบนผื่น ผื่นจะไม่จางหาย

ประกอบด้วย ไข้สูง ปวดศีรษะ คอแข็ง ผื่นตามตัว คลื่นไส้อาเจียน ซึมลง ผื่นจะมีลักษณะ เป็นจุดแดง หรือดำคล้ำ บางที่เป็นตุ้มน้ำซึ่งมีเชื้ออยู่ภายในเนื่องจากโรคดำเนินเร็วมาก หากมีอาการดังกล่าวตั้งแต่ 2 อย่างขึ้นไปโดยเฉพาะผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน

การวินิจฉัย
• การตรวจเลือด CBC จะพบจำนวนเม็ดเลือดขาวสูง
• การตรวจน้ำไขสันหลัง จะพบเซลล์ในน้ำไขสันหลังสูง
• การตรวจหาเชื้อจากเลือด เช่นการเพาะเชื้อ หรือการย้อมเชื้อจากตุ่มน้ำ หรือเลือด

ภาวะแทรกซ้อน
• หูหนวก พบได้ร้อยระ 10-20
• โรคลมชัก
• ข้ออักเสบ พบได้บ่อยมักเป็นหลายๆข้อ
• ปอดอักเสบ

การรักษา
ในรายที่สงสัยควรรีบให้การรักษาโดยเร็วไม่ควรรอจนเกิดผื่น ยาที่ใช้คือ penicillin

การป้องกัน
วัคซีนป้องกันโรค และยาปฏิชีวนะสำหรับผู้สัมผัสโรค

ใครที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเหล่านี้จะมีโอกาสเป็นโรคไข้กาฬหลังแอ่น คือ
• ผู้ติดเชื้อทางเดินหายใจ
• ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันพกพร่อง
• ผู้ที่สัมผัสกับโรค
• ผู้ที่ท่องเที่ยวไปเหล่งระบาด
• พฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดโรคคือ การสูบบุหรี่มวนเดียวกัน การดื่มแก้วเดียวกัน หรือการจูบปากกัน

วัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น

เชื้อไข้กาฬหลังแอ่นทำให้เกิดโรคอะไร
เกิดจากเชื้อ Neisseria meningitidis ในประเทศไทยเป็นsorogroup A,B และ อื่นๆคิดเป็นสัดส่วน19.5% 53.7% และ26.8%ตามลำดับทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบซึ่งมีอัตราการตาย13%และโลหิตเป็นพิษมีอัตราการตาย11% มักเกิดในอายุ3-12 เดือน

ใครควรได้วัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น
• เด็กอายุมากกว่า2ขวบในขณะที่มีการระบาดของเชื้อ เด็กอายุ3-18เดือนในช่วงระบาดอาจฉีด2เข็มห่างกัน3เดือน
• ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูงเช่นผู้ถูกตัดม้าม
• เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการที่ต้องสัมผัสกับเชื้อ
• บุคคลที่ๆจะไปถิ่นระบาด
หลังฉีดจะมีภูมิอยู่ไม่เกิน3ปี ภูมิจะเริ่มขึ้น7-10วัน

ขนาดวัคซีนที่ให้
ให้ 0.5ml SCที่ แขนหรือก้น ไม่ควรให้วัคซีนในคนท้อง

การให้ยาปฏิชีวนะในผู้ที่สัมผัสโรค

ผู้ที่สัมผัสโรคได้แก่
• สมาชิกในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันเกิน25ชมต่อสัปดาห์
• เจ้าหน้าที่ที่ดูแล
• ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดเช่น จูบ การเป่าปากช่วยชีวิต การใช่ท่อช่วยหายใจ

ยาที่ให้มีอะไรบ้าง
• Rifampicin 600mg วันละ2ครั้งเป็นเวลา2วัน 10มก./กก.สำหรับเด็กอายุ1-12ปี 5มก./กก.สำหรับเด็กอายุ3-11เดือน
• Ciprofloxacin500mgวันละครั้ง
• Ceftriazone 250mg IMเป็นทางเลือกในกรณีที่ไม่สามารถใช้ rifampicin
วัคซีนนี้ในประเทศไทยยังไม่ควรมีการใช้วัคซีนป้องกันไข้กาฬเนื่องจากวัคซีนที่มีอยู่ปัจจุบันไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อชนิดที่มีอยู่เพราะวัคซีนที่มีอยู่ต่อต้านได้เฉพาะ serogroup A,C,Y W-135


สถานพยาบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Tuesday 14.09.2004 15:18