วิตามินอี กับมะเร็งต่อมลูกหมาก

 

รายงานจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ชายที่มีระดับวิตามินอีในเลือดสูง จะสามารถลดอุบัติการณ์เกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากถึงร้อยละ 50 โดยอ้างอิงจากการศึกษาวิจัยจากประเทศฟินแลนด์ ใช้กลุ่มตัวอย่างมากถึง 30,000 คน การศึกษาดังกล่าวเรียกว่า Alpha-Tocopherol, Beta-Carotene Cancer Prevention (ATBC) Study ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นพบว่า การรับประทานวิตามินอีเสริมทุกวัน จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ทั้งนี้เนื่องจากวิตามินอีมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินอียังมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อต้านมะเร็งอีกด้วย

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุการตายอันดับสองของมะเร็งที่คร่าชีวิตของผู้ชาย รองจากมะเร็งปอด พบว่าผู้ชาย 1 คน ในทุก 10 คน จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มีการยืนยันว่าอาหารที่มีไขมันสูงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นที่น่าเสียดายว่ามะเร็งต่อมลูกหมากมักไม่ค่อยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ทั่วๆ ไปเนื่องจากการศึกษาในศพของผู้ชายในอายุต่างๆ กันที่เสียชีวิตด้วยสาเหตุต่างๆ กัน และไม่เคยเป็นโรคของต่อมลูกหมากเลย พบว่าจำนวนมากตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากโดยที่มิได้คาดคิดมาก่อน

ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย อยู่ตรงคอกระเพาะปัสสาวะหุ้มอยู่รอบท่อปัสสาวะส่วนต้นทางด้านหน้าของท่อทวารหนัก ขนาดปกติ 3 x 4 x 2 ซ.ม. น้ำหนักประมาณ 1 ออนซ์ รูปร่างคล้ายลูกแพร์กลับหัว หรือลูกเกาลัด มีหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงอสุจิ

มะเร็งต่อมลูกหมาก เกิดขึ้นจากการที่เซลล์ในต่อมลูกหมากโตผิดปกติขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นก้อนมะเร็ง ในระยะแรกๆ ผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการแต่อย่างใดจนเมื่อก้อนมะเร็งโตลุกลามไปอุดท่อปัสสาวะ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อย เจ็บปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ บางครั้งมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ ในระยะท้ายๆ เมื่อมะเร็งกระจายลุกลามไปทั่วร่างกายแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการปวดกระดูก ปวดตามข้อ ปวดหลัง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อาการปัสสาวะขัด ปวดเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะถี่ขึ้น และมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ อาการดังกล่าวนี้จะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่แพทย์สามารถพอจะช่วยท่านได้ แม้ว่าในระยะท้ายๆ แต่การตรวจพบแต่เนิ่นๆ จะทำให้การรักษาได้ผลดี และมีโอกาสหายได้ มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกๆ มักจะไม่มีอาการอันใดที่บ่งให้รู้ตัว ผู้ชายที่อายุเกิน 40 ปี จึงควรรับการตรวจต่อมลูกหมากปีละครั้ง เนื่องจากมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรกๆ ง่ายต่อการรักษา

การตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากประจำปี โดยการตรวจทางทวาร แพทย์จะสวมถุงมือ ใช้นิ้วสอดเข้าไปในท่อทวารเพื่อคลำต่อมลูกหมากว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ นอกจากนี้ตรวจเลือดหาระดับของเอนไซม์พีเอสเอ ในคนปกติค่าพีเอสเอ จะอยู่ในระดับ 0-4 ng/ml และค่านี้จะสูงเกิน 10 ng/ml ในคนที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก การตรวจทางทวารโดยใช้อัลตร้าซาวนด์ ถ้าหากพบสิ่งผิดปกติในต่อมลูกหมากก็จะใช้เข็มเล็กๆ เจาะเอาชิ้นเนื้อมาตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่ ในปัจจุบันการตรวจวินิจฉัย และการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากได้ก้าวหน้าไปมาก ผลการรักษาจะดีที่สุดถ้าพบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ในระยะแรกๆ หรือแม้แต่มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะท้ายๆ ก็สามารถช่วยได้

การผ่าตัดเป็นการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรกๆ ที่ดีที่สุด เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อายุไม่มาก และมีสุขภาพแข็งแรง ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะจะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ การรักษาด้วยฮอร์โมน เนื่องจากต่อมลูกหมากโดยปกติเจริญเติบโตอาศัยฮอร์โมนเพศชาย มะเร็งต่อมลูกหมากก็เช่นเดียวกัน ฉะนั้นเมื่อเอาแหล่งต้นตอของฮอร์โมนเพศชายออก ก็จะช่วยทำให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงไม่โตขึ้นอีก การรักษาด้วยฮอร์โมนนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะสุดท้าย หรือในรายที่กลับเป็นอีกหลังจากรับการรักษาด้วยการฉายแสงแล้ว ส่วนการรักษาด้วยการฉายแสงเหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากในบางราย เช่น ในรายผู้ป่วยสูงอายุ หรือในรายที่มีโรคแทรกซ้อนซึ่งไม่เหมาะที่จะรักษาโดยการผ่าตัดหรือด้วยฮอร์โมน

 

 


สถานพยาบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โทร.(ภายนอก) 0-2579-0030, 0-2940-6630-1 โทร.(ภายใน มก.) 0-2942-8200 ต่อ 1278,1281-2,1138-9
อีเมล์: infirmaryat เว็บ: www.inf.ku.ac.th
Last Update: Monday 4.12.2006 20:59