เด็กอยู่ไม่สุข

 

ลักษณะของเด็กอยู่ไม่สุข

                เมื่อเล็ก พ่อแม่จะเห็นว่าเด็กซนมาก ไม่เคยอยู่นิ่งเฉย ชอบเล่นโลดโผน เดิน วิ่งว่องไว จนไล่จับไม่ทัน มักจะมีอุบัติเหตุหกล้ม หัวโน ปากแตก เป็นแผลบ่อย ๆ

 

เมื่อโตเข้าโรงเรียน

-         ครูมักจะรายงานว่า เด็กไม่สนใจเรียนไม่มีสมาธิ ชอบแหย่  แกล้งเพื่อน นั่งไม่ติดที่ มักจะรบกวนผู้อื่นในเวลาทำงาน

-         พ่อแม่จะเห็นว่า เด็กเคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่อยู่นิ่ง ชอบรื้อค้นสิ่งของ เล่นหรือทำอะไรมีความสนใจในระยะสั้น ๆ ขาดสมาธิ อารมณ์ฉุนเฉียววู่วามง่าย มีความอดทนน้อย มักจะขว้างปาข้าวของหรือทะเลาะกับพี่น้องเป็นประจำ

 

สาเหตุของความผิดปกติ

1.  ลักษณะของเด็กเอง

                เด็กกลุ่มนี้ จะมีลักษณะอยู่ไม่สุขมาตั้งแต่วัยทารก ในเดือนแรก ๆ เด็กจะนอนยาก ร้องไห้เก่งการเจริญเติบโตโดยทั่วไปปกติดี การตรวจร่างกาย และระบบประสาทไม่พบสิ่งผิดปกติ

2.  ความผิดปกติที่สมอง

                เด็กกลุ่มนี้ มักจะมีประวัติได้รับความกระทบกระเทือนต่อสมองตั้งแต่ระยะอยู่ในครรภ์ ระหว่างคลอดหรือหลังคลอด นอกจากนี้จะตรวจพบมีความผิดปกติของระบบประสาทและสมอง

3.  ความผิดปกติของอารมณ์

                เด็กกลุ่มนี้ มักมีประวัติครอบครัวที่ขาดการอบรมด้านระเบียบวินัย หรือได้รับการปล่อยตามใจจนเกินไปหรือเด็กที่มีความเครียดสูง แล้วแสดงออกโดยอาการอยู่ไม่สุข ขาดสมาธิ

 

การป้องกัน ในรายที่มีสาเหตุจากสมอง

1.  ระยะตั้งครรภ์

                -  แม่ไม่ควรกินยาขับเลือด หรือยาอันตรายอื่น ๆ

                -  แม่ไม่ควรดื่มเหล้า หรือสูบบุหรี่

                -  แม่ควรระวังมิให้มีการกระทบกระเทือนต่อครรภ์

                -  แม่ควรระวังมิให้เป็นโรคติดเชื้อ เช่น หัดเยอรมัน

                -  แม่ควรรักษาสุขภาพจิตให้ดีอยู่เสมอ

2.  ระยะคลอด

                ควรคลอดบุตรในสถานพยาบาล เช่น โรงพยาบาล สถานีอนามัย เป็นต้น

3.  ระยะเด็กเล็ก

                -  ระวังมิให้เด็กมีอาการท้องเสียบ่อย ๆ  เพราะจะทำให้เด็กขาดอาหารที่จะไปเลี้ยงสมอง

                -  ระวังมิให้เด็กเป็นโรคติดเชื้อ เช่น ไข้สมองอักเสบ วัณโรคขึ้นสมอง ไข้ตัวร้อนชักบ่อย ๆ

                -  ระวังมอให้เด็กได้รับความกระทบกระเทือนต่อสมองบ่อย ๆ

 

การช่วยเหลือเมื่อมีลูกอยู่ไม่สุข

                1.  พ่อแม่  ยอมรับว่าเด็กมีความบกพร่องในการทำงานของสมอง และเขาไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เขามิได้ตั้งใจซน และทำของเสียหาย ถ้าพ่อแม่เข้าใจอย่างนี้ จะทำให้รู้สึกเห็นใจเด็ก และลงโทษเด็กน้อยลง

                2.  พยายามไม่สร้างความตื่นเต้น หรือยั่วแหย่เด็กให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอารมณ์บ่อย ๆ เพราะจะทำให้เด็กยิ่งไม่สามารถควบคุมตนเองได้ยิ่งขึ้น พ่อแม่ควรใช้วิธีปลอบเพื่อให้เด็กสงบ

                3.  พยายามจัดระเบียบในบ้าน ให้มีการทำทุกอย่างเป็นเวลา เช่น ตื่นนอน กินข้าว เล่น ทำงาน เพื่อเป็นการช่วยควบคุมกิจกรรมของเด็กทางอ้อม

                4.  ควรพาเด็กมาพบแพทย์เพื่อปรึกษาหาสาเหตุของความผิดปกติ รับคำแนะนำ และรับการรักษาทางยาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโตขึ้นมาใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด

 

สถานที่ ที่ท่านสามารถพาเด็กมาปรึกษา รับคำแนะนำและรักษา ได้แก่คลินิกสุขภาพจิตเหล่านี้

1.  คลินิกสุขภาพจิต หน่วยที่ 1

                ศูนย์ฯ 4 ดินแดง ชั้น 3 ถนนประชาสงเคราะห์ โทร. 02-2484955

2.  คลินิกสุขภาพจิตหน่วยที่ 2

                ศูนย์ฯ 21  วัดธาตุทอง ชั้น 3 ถนนสุขุมวิท โทร. 02-3916082

3.  คลินิกสุขภาพจิตหน่วยที่3

                ศูนย์ฯ 3  บางซื่อ ชั้น 2  ถนนเตชะวนิช  โทร. 02 5870618

4.  คลินิกสุขภาพจิตหน่วยที่ 4

                ศูนย์ฯ 23  สี่พระยา ชั้น 3 ถนนสี่พระยา  โทร. 02-2364055

5.  คลินิกสุขภาพจิตหน่วยที่ 5

                ศูนย์ฯ24 บางเขน ชั้น 2 ถนนพหลโยธิน  โทร. 02-5799607

6.  คลินิกสุขภาพจิตหน่วยที่ 6

                ศูนย์ฯ 33 วัดหงส์รัตนาราม ชั้น 2 ถนนวังเดิม โทร. 02-4655049

 

ที่มา : สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร

 


สถานพยาบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โทร.(ภายนอก) 0-2579-0030, 0-2940-6630-1 โทร.(ภายใน มก.) 0-2942-8200 ต่อ 1278,1281-2,1138-9
อีเมล์: infirmaryat เว็บ: www.inf.ku.ac.th
Last Update: Thursday 22.02.2007 20:14